Sah님의 프로필mOdwEt사진블로그리스트기타 ![]() | 도움말 |
mOdwEtศรัทธาชน พวกเราอยู่แห่งหนใด!!!!! 6월 14일 รู้มั้ยว่า?1.ยุงบินด้วยความเร็ว 5ไมล์ต่อชั่วโมง... 15.เด็กนักเรียนอายุ15ปีขึ้นไปในบังคลาเทศจะถูกจับเข้าคุกถ้า"โกงข้อสอบ"... 45.ตอนที่ f4 ไปเปิดคอนเสิร์ตที่อินโดนีเซียทำให้เด็กนักเรียนเกือบ100คน 53.แมงมุมทอดรสชาติเหมือนถั่ว แล้วรู้มั้ย ว่าทำไมสเปซนี้ไม่ได้อัพเดทมานาน.....เพราะเจ้าของเสปซ ม่าย มี อารมณ์ อิอิอิ ยังมีเรื่องอีกมากมายที่เราไม่รู้ และต้องศึกษากันต่อไปนะพี่น้อง 5월 2일 Jim Tomson House เมื่อตอนทำงานแถวราชประสงค์ เรามักโดยสารรถเมล์สาย ปอ.204 เป็นประจำ และทุกวันรถเมล์ก็จะผ่านหน้าซอยเกษมสันต์ ถนนพระราม1 ที่อยุ่ตรงข้ามกับสนามกีฬาแห่งชาติ ซึ่งสุดซอยนั้นเป็นที่ตั้งของบ้านคุณจิม ทอมสัน ผู้สร้างตำนานผ้าไหมไทยให้โด่งดังไปทั่วโลก เราได้แต่มองผ่านและบอกกับตัวเองว่า ว่างๆจะแวะมาเที่ยว แต่จนแล้วจนรอด ผ่านไปสี่ปี ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ไปโดยบังเอิญ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง เท่าที่ฟังไกด์เล่าให้ฟังเรื่องก็มีอยู่ว่า....
คุณจิม เป็นสถาปนิกชาวอเมริกัน ได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครในกองทัพอเมริกาที่ไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวปี พ.ศ.2488 หลังลาออกจากราชการก็มาอยู่เมืองไทยเป็นการถาวร บ้านของเค้าอยู่ติดกับคลองแสนแสบตรงข้ามกับชุนชนบ้านครัว ซึ่งในสมัยนั้นชุมชนบ้านครัวเหมือนเป็นโรงงานขนาดย่อมๆในการทำผ้าไหมของเค้า คุณจิมนั้นมีความสามารถให้การใช้สี ซึ่งในสมัยนั้นผ้าไหมไทยมักออกมาในสีที่เรียบๆ แลดูไม่น่าดึงดูดใจเท่าที่ควร นอกจากนี้แล้วเค้ายังหลงไหลในสถาปัตยกรรมไทย และเป็นนักสะสมงานศิลปะตัวยง
ภายในบ้านไม้สักเรือนไทยของเค้า มีอายุไม่ต่ำกว่า 200ปี ซึ่งถูกรื้อถอนและนำมาปลูกไว้ในอณาเขตนี้ ส่วนใหญ่นำมาจากอยุธยา จะมีของสะสมแสดงอยู่ตามห้องต่างๆในตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเบญจรงค์ เครื่องลายครามของจีน อิมาริยากิ(เครื่องลายครามของญี่ปุ่น) ภาพวาดสมัยอยุธยา รูปปั้นสมัยต่าง ส่วนชั้นล่างซึ่งเป็นโถงเล็กก็มีการปูกระเบื้องหินอ่อนจากเมืองคาราร่า อิตาลี่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของหินอ่อน ซึ่งหินอ่อนนี้ได้นำมาจากพระราชวังเก่าของไทยในศตวรรษที่ 19 แต่จะเป็นวังไหนไม่ทราบเหมือนกัน พื้นที่ปูกระเบื้องเป็นตาหมากรุกให้สีดำสลับสีขาว ซึ่งกระเบื้องสีดำเป็นหินอ่อนจากเบลเยี่ยม เมื่อสัมผัสด้วยเท้าเปล่าจะพบว่าบนกระเบื้องสีขาวจะเย็น และเมื่อยืนบนกระเบื้องสีดำจะอุ่นๆ คงเป็นหยินหยางของเค้า ไกด์เราบอกอย่างนั้น
แต่ที่ประทับใจก็เห็นจะเป็น กาน้ำเล็กๆสำหรับเก็บไวน์ เป็นเครื่องเบญจรงค์สมัยอยุธยา เนื่องจากกานี้ถูกทำขึ้นจากภูมิปัญญาของคนโบราณโดยใช้วิธีกาลักน้ำ คือวิธีใส่ไวน์เข้าไป ต้องคว่ำกาลงแล้วใส่ทางก้นกา ซึ่งไม่มีฝาปิดอยู่ และจะให้มือด้านนึงอุดไว้ที่ปากกาน้ำเพื่อกันอากาศ และเมื่อเถลงไปตาที่ต้องการแล้วก็จะมีการ จับกาคว่ำไปคว่ำมาสักสองสามที แค่นี้ไวน์ก็จะไม่ไหลหกลงมาอีก แถมยังสามารถเก็บไว้ทานได้เป็นเวลานานเนื่อง่จากมีการไล่สูญญากาศออกไปหมดแล้ว และก็มีอีกสองชิ้นที่ชอบคือ กระเบื้องเคลือบรูปแมว และ กบ ที่วางไว้ในห้องนอน ซึ่งทำไว้เพื่อเป็นที่ฉี่ในยามวิการของผู้ชายและผู้หญิง คนโบราณนี่น่ารักกันจริงๆเลย เสียดายที่เค้าไม่อนุญาติให้ถ่ายรูป จะได้เอามาอวดกันสะหน่อย อีกชิ้นนึงคือโคมไฟที่ตัวฐานทำจากกลองพม่า โดยกลับกองด้านบนมาเป็นฐาน ไอเดียคุณจิม เค้าหล่ะ เสียดายที่การมาวันนี้ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า พวกเราเลยมีเวลาเดินชมรอบบ้านกันน้อยไปหน่อย เดินยังไม่ทั่วเลยเนอะพี่พี ไว้มีโอกาสก็ค่อยมาเยี่ยมกันใหม่นะค่ะ คุณจิม
เดี๋ยวๆ...ยังเล่าไม่จบเลย จะบอกว่า คุณจิม ทอมสัน เค้าหายสาบสูญไป เมื่อครั้นไปเที่ยวที่คาเมลอน ไฮแลนด์ ประเทศมาเลยเซียกับเพื่อน จากนั้นมาจึงมีการตั้งมูลนิธิจิมขึ้น แล้วตอนนี้ก็อยู่ในองค์อุปถัมภ์ของพระเทพรัตนราชสุดาแล้วหล่ะ ใครเบื่อวิถีคนเมืองกรุง ก็ลองแวะไปได้นะ เพราะออกมาจากซอยเกษมสันต์แล้วพี่พีบอกว่า เหมือนหลุดมาอีกโลกเลย ...เดินห้างจนชินเลยหล่ะซี้เพื่อนฉ้านนน
2월 1일 กาแฟ หรือ ถ้วยกาแฟชอบบทความนี้ ได้ฟอเวิดเมลจากเพื่อนอีกที
วันหนึ่งศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแห่งน็อตเทรอะดามกลุ่มหนึ่งกลับไปเยี่ยมสถาบัน เมื่อช้าวงสนทนาก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นการบ่นพร่ำเกี่ยวกับความเครียดในเรื่องการทำงานและปัญหาชีวิต แล้วอาจารย์ก็เสนอเลี้ยงกาแฟกลุ่มลูกศิษย์เก่าอาจารย์เดินเข้าไปในครัวและออกมาพร้อมกับกาแฟเหยือกโตและถ้วยกาแฟ แบบต่างๆ บ้างเป็นถ้วยกระเบื้อง บ้างเป็นถ้วยพลาสติกและบ้างทำด้วยแก้วโดยบางใบเป็นแบบพื้นๆ ธรรมดา บางใบสวยวิจิตรสูงค่าอาจารย์บอกให้ลูกศิษย์แต่ละคนจัดการการดื่มกาแฟร้อนๆ กันเอาเองและเมื่อลูกศิษย์ทุกคนต่างมีถ้วยกาแฟ ในมือกันทุกคนแล้ว อาจารย์ก็กล่าวว่า ลองสังเกตุดูกันหรือเปล่าว่า ถ้วยสวยๆ แพงๆ ถูกเลือกไปหมดเหลือไว้แต่ถ้วยแบบธรรมดา ราคาถูก
เป็นเรื่องปกตินะที่พวกเราต่างก็มักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง มิหนำซ้ำยังคอยชำเลืองมองถ้วยของคนอื่นๆ อีกด้วยหากชีวิตคือกาแฟ หน้าที่การงาน ตำแหน่งต่างๆ ในสังคมก็คือถ้วยใส่กาแฟ
มันเป็นเพียงเครื่องมืออุปกรณ์ช่วยหยิบจับหรือประคองชีวิตของเรา มันไม่ได้ทำให้เนื้อหาที่แท้จริงของชีวิตเปลี่ยนแปลงไป
1월 27일 น่ารักดีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมหน้าต่าง เธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉาดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร
วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโตเธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำจนล้นกระถาง
วันที่2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก้อมีปลาทองออกมาจากเมล็ด เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบ
วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น;มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลาเด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุงแล้วจะ..รอ
วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด;เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่;แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก;เธอมีความสุขกับ;การได้ดูแลเมล็ดพืชรดน้ำพรวนดิน ให้แสงแดด
...วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ และดูแลต้นไม้ ไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน..ต้นไม้เริ่ม แห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลืองไม่มีอะรัยออกมาจากเมล็ดพืชอีก
..วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ;ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก
...วันที่250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่ง ที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น
.....วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง
.......วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้;มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ
...............วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาดใจ;คือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีขาวเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจเด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง
......................วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีขาวนั้นทุกเวลาที่ว่าง;เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยลืมไปสนิทว่ามันจะกลายเป็นอะรัยต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใดเธอทนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด
.........................................วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่างกระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีขาวรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป!! ..แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่างเขาสามารถพูดคุยกับเธอ;ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย
คุณรู้หรือยังว่าดอกไม้สีขาวรูปหัวใจกลายเป็นอะไร เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ..........ในการเรียนรู้เรื่องความรัก เธอเรียนรู้ว่า เมื่อเธอรดน้ำมากๆไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโตเร็ว มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยง ให้ความรักคงอยู่ต่อไป และเบื่อหน่ายถึงเรายอมรับที่จะสูญเสียแต่ไม่มีทางหนีจาก ความเจ็บปวดได้ ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรัก.... เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอการที่เราคาดหวังกับความรัก มากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น 1월 19일 หลุดล่องลอยไปในสายลม
มีไอแดดห่ม ให้กายหายหนาว
เลื่อนลอยอยู่กับน้ำตาที่พร่างพราว
กับความปวดร้าวที่ก้าวข้ามผ่านมาในใจ
ละลิ่วปลิวไปไร้จุดหมาย
มิใส่ใจ สหายที่ทายทัก
ด้วยคิดว่า ผิดหวังมากมายนัก
ไม่ตระหนัก ว่าใครจะใยดี 1월 16일 Good wordsIf you ever want something badly, Let it go.
If it comes back to you ..then...it's yours forever.
If it doesn't ....then...it was never yours to begin with.
You'll get more than you give when you give more than you get.
"Many of life failures are those who did not realise how close they were to success when they gave up."
"The thing always happen that you really believe in, and the belief in a thing makes it happens"
"To live a creative life, we must lose our fear of being wrong."
"Men are not prisoners of fate, but only prisoners of their own minds."
When a winner commits a mistake, he say I'm wrong,
When a loser commits a mistake, he says it's not my fault. A winner works harder and has more time than a loser A loser always is too busy to do what is necessary. A winner faces and solves his/her problems ,A loser does otherwise.
A winner listens, understand and responds A loser only waits until it's his/her turn to speak.
The meaning of happyness depends on what you want it be.
. . . . 0 So.....Let it be...........&.........Don't worry.....be happy.......... 0
11월 25일 ข้อคิดจากไอสไตน์
|
|
|||||||||||||||
|
|